พอดีวันก่อนนั่งๆไปไล่อ่านบล็อกที่ตัวเองเขียนไว้ในอดีต .. ก็เจออะไรที่แบบ อ่านแล้วคิดถึงช่วงเวลานั้นนะ ฉะนั้น วันนี้ เราจะรวบรวมบล็อกที่เราเขียนๆไว้ ที่ตอนเรากลับมาอ่านแล้ว รู้สึกอะไรบางอย่าง .. บางอันอ่านแล้วก็ขำ บางอันก็รู้สึกดี บางอันก็คิดถึงอดีต ณ ตอนนั้น
[1] เรื่องราวของที่บ้าน และเด็กในร้าน อ่านแล้วก็ฮา 555
เรื่องแรก ไอติมเผือก
เกริ่นก่อนเข้าเรื่อง ไอติมวอลล์ ไอ้ที่ข้างนอกเป็นช็อกโกแลต ข้างในเป็นไส้นมข้นหวาน มันจะอันละ 8 บาท ไอติมเผือก อันละ 12 บาท
นุช - (ป่าวประกาศอยู่ในร้าน) ใครจะกินไอติมข้างนอกช็อกโกแลตข้างในนมข้นบ้าง จะไปเซเว่น
ป๊า - ...
นุช - ลุงๆ กินปะ
ป๊า - ฮึ ไม่อะ ลุงไม่ค่อยอยากกินไอติมเท่าไรอะ มันแพง
นุช - ...
ป๊า - ลุงเอาเผือกนะ
นุช - o_O? ((เผือกอะ มัน 12 บาทนะลุง))
เรื่องที่สอง หมอนข้างไหน
นุช - เนี่ยๆ หนูว่าจะไปซื้อหมอนข้างอยู่
ใครสักคน - นุชติดกอดหมอนนอนเหรอ
นุช - ฮึ ไม่อะ แต่จะเอามารองขานอน
พี่กอล์ฟ - นุชจะไปซื้อหมอนข้างไหน
นุช - เง๊อออ o_O หมอนข้างอะ ต้องข้างไหนด้วยเหรอ
พี่ก้อย - ต้องมีสิ อย่างพี่ พี่ถนัดข้างซ้าย ก็ต้องซื้อหมอนข้างซ้าย
นุช - (ทำท่าไม่เชื่อ) ไม่มีอะ หมอนข้างมันไม่มีแบ่งข้างซะหน่อย
พี่ก้อย - มี๊ (ลากเสียงสูง) เนี่ย ไม่เคยซื้ออะดิ ถึงไม่รู้ ไม่เชื่อไปถามคนขายเลย (หน้าตายมากๆ)
นุช - (เริ่มลังเล) ไม่หรอกมั้ง นี่หนูจะไปซื้อมารองขา หนูไม่ได้ชอบกอดหรอก
พี่ก้อย - แล้วคนขายเค้าจะหยิบให้ถูกได้ไง ถ้าไม่บอกเค้าจะเอาข้างไหน
พี่หมู - (หันมาทำเป็นคุยกะเราสองคน) แอ๊ปดูดิ นุชมันไม่เชื่อว่าหมอนข้างมันต้องมีข้างซ้ายข้างขวา บอกยังไงก็ไม่เชื่อ
นุช - (ถามอย่างลังเล หลังจากแอบฟังพี่หมูพูดกะเรา) แล้วงี้หนูต้องบอกคนขายเค้ายังไง "พี่ๆ ขอหมอนข้างล่างใบนึง" เงี้ยเหรอ
พี่ก้อย พี่กอล์ฟ และทุกคนในร้าน - 5555555555
เรื่องที่สาม พนันบอล
พี่กอล์ฟ - วันนี้บอลใครแข่ง
จ๊ะ - มีเยอรมันอะพี่กอล์ฟ
ป๊า - (พูดช้าๆ ตามสไตล์จะสั่งสอน) ดูบอลนะ ดูได้ แต่อย่าไปพนันนะ ไม่ดี
พี่ก้อย - จ๊ะ มาตั้งโต๊ะกะพี่ดีกว่า เอาปะ
จ๊ะ - แล้วเขาต่อกันเท่าไรอยู่
ป๊า - เยอรมันต่อลูกครึ่งอะ
พี่ก้อย พี่กอล์ฟ จ๊ะ - ... -"- ((ไหนว่าพนันไม่ดีไง รู้ดีกว่าใครเชียว))
เรื่องที่สี่ ไข่ดาวหมูสับ
เกริ่นก่อนเข้าเรื่อง เหมี่ยว เป็นคนที่ชอบกินไข่เจียวหมูสับมากกกกกก กินทุกวันเลย แล้วแถวบ้านเราจะมีร้านตามสั่งอยู่ร้านนึง คนขายชื่อพี่นก
เหมี่ยว - วันนี้จะกินไรดีน๊า
พี่หมู - กินไข่ดาวหมูสับดิ เปลี่ยนมั่ง กินแต่ไข่เจียว เบื่อตาย
เหมี่ยว - มันมีเหรอพี่หมู ไข่ดาวหมูสับเนี่ย
พี่หมู -(ทำหน้าตายมากๆ) มีดิ ไข่เจียวยังมีเลย ทำไมไข่ดาวจะไม่มี
เหมี่ยว - เหรอๆ เออ งั้นวันนี้ลองกินดูดีกว่า
นุช - บอกพี่นกให้ทำแบบไข่แดงอยู่ข้างนอกไข่ขาวอยู่ข้างในด้วยนะ อร่อย
เหมี่ยว - (ทำหน้างงๆ แต่ก็เชื่อ) เหรอๆ เออ เอาก็ได้
(แล้วนุชก็จดใส่กระดาษให้ แล้วนุชก็ไปสั่งให้ แล้วพี่นกอ่าน ก็ด่าว่าจะบ้าเหรอ มีที่ไหนไข่ขาวอยู่ในไข่แดงอยู่นอก นุชเลยวิ่งหนีกลับร้าน มาบอกเหมี่ยวว่าพี่นกเรียก พี่นกเลยโวยกะเหมี่ยวอีกทีว่ามันมีที่ไหน เหมี่ยวเลยบอกว่า พี่นกทำไรให้เหมี่ยวก็กินทั้งนั้นแหละจ้า ในที่สุด เหมี่ยวก็ได้กิน หน่อไม้ผัดหมูสับราดข้าว -"-)
[2] สมัยยังเรียนอยู่ที่เมกา คิดถึงบรรยากาศในห้องเรียน คิดถึงอาจารย์น่ารัก
อาทิตย์ที่แล้วมีส่งการบ้านไปวิชานึง เน็ตเวิร์คน่ะ อาจารย์ให้เขียนโปรแกรมด้วยภาษาซี เป็นโปรแกรมง่ายๆ ถึงง่ายที่สุด รับค่าแล้ววนลูป จบ ไอ่เราก็ทำไป สองหน้ากระดาษ คือจริงๆตัวโปรแกรมน่ะ ไม่ถึงหน้า อีกหน้าเป็นหน้าจอผลการรัน ปรากฏว่าตอนส่ง มีอีกคนเข้าไปส่งก่อนเรา โห กระดาษเป็นปึกเลย เป็นสิบหน้าได้มั้งนั่นน่ะ เราก็งง ไรฟะ โปรแกรมง่ายๆ ไม่น่ายาวเลย คืองงอะ ทึ่งด้วย เอ๊ะ หรือเราอ่านโจทย์พลาด มันต้องทำอะไรมากกว่านั้นรึป่าวฟะ ก็กลับมาอ่านโจทย์ เอ๊ะ ก็ไม่นะ เราก็ทำถูกแล้ว ก็งงๆไป
อาทิตย์นี้ เมื่อวาน ได้การบ้านคืนมา เราได้ร้อยเต็ม ไอ่คนนั้นได้เก้าสิบสาม 555 .. แต่ก็ยังงงไม่หายนะ คือเป็นปึกเลย สิบแผ่นได้อะ คือถ้าไม่ได้เต็มนี่เราเข้าใจนะ เพราะบางคนไม่เคยเขียนโปรแกรมมาก่อนเลยจริงๆ แบบว่ายิ่งกว่าเราอีกอะ แต่ที่ยังงงและทึ่งไม่หายคือ มันเขียนอะไรไปนักนะนั่นน่ะ หรือมันใส่ no-op ไปห้าหน้าก็ไม่รู้ดิ แบบว่ากลัวโปรแกรมรันเร็วเกิน
แล้ววิชานี้เป็นวิชาที่เราโคตรชอบอะ เพราะว่ามันเกี่ยวกะเน็ตเวิร์ค แล้วอาจารย์สอนสนุกมาก เป็นอาจารย์คนเดียวกะเทอมที่แล้วที่เราเรียนด้วย (คือตอนแรกนี่ไม่ได้กะลงตัวนี้เลยนะ เพราะชื่อวิชามันมีคำว่า โปรแกรมมิ่ง ด้วยอะ เราก็กลัวต้องเขียนโปรแกรมไง แต่พอรู้ว่าอาจารย์คนนี้จะสอน เราเลยส่งเมล์ไปคุยเรื่องว่าเราไม่ชอบโปรแกรม เค้าก็บอกว่าไม่ต้องห่วง โปรแกรมไม่ได้ยากมาก ไรงี้ เราก็เลยลงตัวนี้อย่างไม่ลังเลเลย) เมื่อคืนยิ่งสนุก สอนพวกไอพีแอดเดรส เน็ตมาส์ก คำนวณเน็ตเวิร์ค คำนวณจำนวนคอมในเน็ตเวิร์ค เรื่อง ARP แปลงแม็คแอดเดรสเป็นไอพีแอดเดรส เราทำเป็นอยู่แล้วไง เรียนมาจากอาจารย์อุ๊ ที่ไม่ใช่อาจารย์อุ๊กวดวิชาเคมีนะ แต่เป็นอาจารย์อุ๊สมัยอินโฟเควสต์ แบบ เรียนไปนึกถึงหน้าพี่อุ๊ไป .. จริงๆพี่อุ๊ก็มาเป็นอาจารย์ได้นะเนี่ย แล้วพอจบคาบ อาจารย์ก็ให้การบ้านมา ซึ่งมันจะถึงกำหนดส่งอีกสองอาทิตย์ แต่ด้วยความมันส์ ไอ่เปิ้วเอากลับมาทำ ชั่วโมงเดียวเสร็จเลย (ให้พี่อุ๊ทำสงสัยห้านาทีเสร็จ)
[3] ตอนเครียดๆเราก็มีนะ ตอนนั้นอยู่เมกาแล้ว เป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ วันนั้นเครียดแล้วก็นึกไปถึงวันที่เครียดตอน ป ตรี
เราเหนื่อย เราเครียด แต่เราก็หยุดไม่ได้ ไม่ใช่เพราะตัวเองไม่อยากหยุด แต่เรารู้ว่าไม่มีใครรอบข้างอยากให้เราหยุดเราก็หยุดไม่ได้ ยังไงก็ต้องเดินต่อ
ครั้งนึงเราเคยเครียดมากๆๆ ตอนเรียนตรี เราอยู่หอ ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้ เครียด โทรกลับบ้าน พ่อรับ พ่อฟังเรา พ่อบอกว่า "ไม่เป็นไรนะ ทำให้ดีที่สุดนั่นแหละ เกรดจะไม่ดีก็ช่างมัน ป๊าไม่สนเกรดหรอก ไม่ต้องเครียด ยังไงทุกคนก็รัก" เท่านั้นเอง เราก็โล่ง เพราะที่เราเครียด เรากลัวเกรดเราไม่ดีไง ถ้าเกรดไม่ดี เรากลัวที่บ้านผิดหวังไง แต่พอพ่อบอกเราก็โล่ง
บางทีที่เราเครียด เราไม่ได้เครียดกับสิ่งที่ตัวเองต้องทำหรอกมั้ง สิ่งที่เราต้องทำ ยังไงเราก็ทำได้ อาจจะดีบ้างแย่บ้าง แต่ก็ทำได้แหละเราเครียดเพราะเรารู้ว่าทุกคนหวังกับเรามากเรากลัวสิ่งที่เราทำ จะไม่ดีพอสำหรับเค้า (ย้ำ ไม่ได้กลัวทำไม่ได้ แต่กลัวว่ามันไม่ดีพอ) .. เรายังเคยคิด ถ้าเรามีลูก เราคงไม่อยากให้ลูกเรียนเก่ง จะได้ไม่ต้องกดดันมาก เรียนปานกลางก็พอ ไอคิวกลางๆ แต่อีคิวสูง ดีกว่า
วันนั้นพอเรารู้สึกดีขึ้น ก็ถามพ่อว่าคนอื่นไปไหน .. ปรากฏว่า ทุกคนไปเยี่ยมพี่สาวเรา เค้าเรียนหนักจนเข้าโรงบาล -"- .. หัวเราะออกเลย (ไม่ได้ห่วงพี่เลยนะนั่น ประมาณ ชินแล้ว)คือ เราว่าเราแย่แล้วนะ แต่พี่เราถึงขั้นเข้าโรงบาลเลย
[4] สื่อสารทางไกล ในสมัยที่เรายังอาบน้ำวันละมื้อ
วันนี้ คุยกะแม่ ไมค์ที่บ้านก็ไม่ค่อยดี เสียงขาดๆหายๆ แม่พูดมาเป็นชุด จับใจความได้ว่า "ฮัลโหล .....ก.. ....ไป. .....นะ. .. ...ร... ....อ... .... เข้าใจมั้ย .............ห............ก.......ด.......ส....นะ ......ได้ยินมั้ย" -"- .. คือไอ่คำว่าเข้าใจมั้ยกะได้ยินมั้ยเนี่ย ได้ยินอะ แต่อย่างอื่นไม่ได้ยินอะ ยังงี้ต้องตอบว่าได้ยิน หรือไม่ได้ยินเนี่ย คุยไปสักพักแม่เริ่มเบื่อ ไม่เห็นมันจะได้ยินอะไรเลย 555 ก็เลยวาง แล้วทีนี้มันดึกแล้ว มันเที่ยงคืนครึ่งของไทยอะนะ เราก็แชทกะพี่สักพัก พี่เราก็จะไปนอน มาดูข้อความที่คุยกันก่อนพี่เราไปนอนดีกว่า
555 เป็นไงล่ะ ซกมกคนเดียวไม่พอ พาพี่ซกมกข้ามทวีปด้วย สำเร็จอีกตะหาก
[5] เมื่อเราต้องเป็นแม่บ้านแม่เรือน (แต่รู้สึกจะไม่ค่อยสำเร็จ อิอิ)
เราก็มานั่งสอยชายกางเกง เพราะมันยาวเกิน สอยไปก็นึกถึงแม่ไป ถ้าอยู่บ้านนะ ยื่นให้แม่ก็เรียบร้อย (ตอนกลับบ้านคราวที่แล้ว ขนกางเกงกลับไปให้แม่สอยให้ด้วยแหละ อิอิ) สอยไปข้างนึง ด้ายหมด เหลืออีกประมาณสองสามนิ้ว ก็ปล่อยงั้นอะ 555 มักง่ายจริงๆ แต่ขี้เกียจสนด้ายมาสอยต่ออะ ตอนใส่ต้องระวังๆ เดี๋ยวเท้าไปเกี่ยวไอ่ตรงสองสามนิ้วนั่น (นึกออกปะ พับชายเข้าข้างใน แล้วเย็บให้มันติดกัน แต่เหลือสองสามนิ้วไม่ได้เย็บ มันก็อ้าได้(เอาของไปใส่ทำกระเป๋าก็ได้) เวลาใส่เท้าจะไปเกี่ยวเอา) สอยไปสอยมาจนเสร็จ .. เออ เราก็สอยสวยเหมือนกันนิ สอยไปแค่ตัวเดียวเพราะขี้เกียจ อีกสองไว้ว่างๆก่อน
[6] นินทาแม่มาตั้งแต่สมัยก่อน ตอนที่พ่อแม่วันวานยังหวานอยู่
วันนี้คุยกะแม่ ไมโครโฟนที่บ้านติงต๊อง พี่เราเลยพิมพ์ให้แทน คุยกันว่าเด๋วเราสอบเสร็จก็จบแล้ว แม่ถามทำไมจบง่ายจัง แพงก็แพง เหมือนเรียนเป็นพิธี .. เอ่า นี่ยังง่ายอีกเหรอเนี่ย ไม่เห็นตอนเรานั่งเครียดทำงานส่งงกๆๆอะดิ้ แต่ไม่เป็นไร นึกว่าเราเรียนง่ายจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง แม่บอก เพิ่งจะต้นเดือนเอง จบแล้วเหรอ .. เราก็งง เวลาเรียนจบต้องจบปลายเดือนเหรอเนี่ย 55 ก็บอกแม่ ก็มันปลายเทอมแล้วไง ที่นี่เค้าปิดเทอมกันช่วงนี้
ก็ถามแม่ว่าสบายดีมั้ย แม่ก็บอก ตอนนี้มีแผลที่ง่ามนิ้ว แล้วมันหายยากเพราะมันอยู่ที่ง่ามนิ้ว แผลชอบติดกัน เบื่อมาก แล้วก็เครียดเรื่องต้องไปผ่าตัดปากเดือนหน้า (แม่เราไปผ่าตัดกระดูกที่ปากเพื่อแต่งปากให้ได้รูปจะทำฟันปลอมน่ะ ต้องทำสามจุด ข้างบน ซ้าย และขวา นี่ทำมาสองครั้งแล้ว ครั้งละจุด เหลืออีกครั้งเดียว) นี่ก็เบื่อ ทั้งเบื่อทั้งกลัว เลยเครียดไปหมดเลย ยิ่งตอนรอผ่าตัดปากนี่เครียดเป็นเดือนๆ
เราก็แบบ เป็นห่วงเห็นว่าเครียดๆ แต่ก็ไม่รู้จะทำไง อยู่ไกลกันขนาดนี้ เลยพิมพ์ๆ ปลอบๆไป พิมพ์ยังไม่ทันจะจบประโยค แม่ก็เปลี่ยนเรื่อง บอก "วันนี้ไปเที่ยวมา ที่ตลาดดอนหวาย สนุกมาก สนุกตายเลย ไปกะป๊าสองคนด้วย" 555 ขำที่แม่บอก สนุกตายเลย ตกลงสนุกจริงมั้ยเนี่ย แล้วก็ขำที่ตัวเองพิมพ์จะปลอบแม่ไม่ให้เครียด ยังไม่ทันจบ แม่เปลี่ยนอารมณ์เร็วมาก ตามไม่ทันวุ้ย ไปเที่ยว ซื้อของกินมาตามเคย (ตกลงเครียดจริงมั้ยเนี่ย)
คุยกันสักพัก พอแม่รู้ว่าเราจะสอบ ก็ไล่ให้ไปอ่านหนังสือ เราบอกไม่เป็นไร เราเก่ง เราอ่านจบแล้ว แม่บอกอย่าโม้ 55 เราเลยบอกวิชาของวันจันทร์ เอาหนังสือเข้าห้องสอบได้ด้วย แม่ก็งง สอบทำไมเอาหนังสือเข้าได้ จะบ้าเรอะ 555 เราก็บอก มันให้วิเคราะห์ไง แล้วอีกอย่าง กลางภาคเราได้คะแนนดี 103/100 แม่ก็งงอีก ทำไมได้ 103 มันเต็มแค่ 100 เราก็เลยบอก อาจารย์เค้ามีคะแนนโบนัสให้ 5 คะแนน แล้วเราโดนหักไปแค่สองคะแนน เราเลยได้คะแนนทะลุเป้าไง แม่ก็ถามอีก หักอะไร ทำไมต้องถูกหัก .. เอ่า ก็ทำข้อสอบ ตอบผิด ก็โดนหักไง๊ (คือแม่กะให้เราได้ 100/100 เป๊ะๆมั้ง ห้ามเกิน ห้ามโดนหัก 555) จากนั้นแม่ก็ไล่เราไปอ่านหนังสือ แล้วบอกว่า สอบเสร็จค่อยมาคุยใหม่ แถมบอกให้เราต้องมีข่าวดีมาคุยด้วย (ประมาณ ถ้าไม่มีเรื่องอะไรดีๆ ไม่ต้องมาคุยกะกรู 55)
แม่รู้ว่าเรามาเล่าในนี้แม่จะว่าอะไรไม๊เนี่ย เดี๋ยวหาว่าเราเอามาเผา .. ป่าวนะม๊า ขำดี เลยมาพิมพ์เก็บไว้ไง เวลาคิดถึงม๊าก็มาย้อนอ่านได้เนอะ .. แต่แม่เราคงไม่ได้มาดูเร็วๆนี้ เห็นพี่บอกพักนี้แม่ไม่ค่อยได้มาดูไดเรา สงสัยธุระเยอะ นี่ก็เพิ่งไปสวีทกะพ่อมา น่าอิจฉาจริงจริ๊ง
[7] เรื่องดีๆ ที่ทำให้ภูมิใจ
เล่าเรื่องดีๆกันบ้าง วันนี้ พรีเซ็นต์โปรเจ็กวิชาที่ไม่มีสอบอะ ดังนั้น ก็เสร็จแล้ว วิชานี้ เพราะมันไม่มีสอบหนิ จริงๆต้องส่งรายงานโปรเจ็คด้วย กำหนดส่งอีกสองสามอาทิตย์ แต่เราทำเสร็จแล้ว เพราะเราจะพรีเซ็นต์อะ แล้วเราเป็นพวก ต้องทำเปเปอร์ให้เสร็จก่อน แล้วพรีเซ็นเทชั่น ก็ย่อๆ สรุปๆ เอาจากเปเปอร์ ดังนั้น ให้พรีเซ็นต์โดยที่เปเปอร์ยังไม่เสร็จ ทำไม่เป็น ก็เลยทำจนเสร็จ แล้วเราเป็นคนแรกด้วย ดังนั้น เราหมดเวรหมดกรรมกะวิชานี้แล้วววว รอแค่ถึงเวลาก็เอารายงานไปส่ง (รอให้ใกล้ๆค่อยส่ง ส่งเร็วเกินเดี๋ยวอาจารย์หาว่าทำลวกๆให้เสร็จๆ .. คิดมากไปไม๊เนี้ย .. แต่ก็จริงอะ .. อ้าว)
แล้วพรีเซ็นต์เสร็จ อาจารย์ก็จะให้คะแนนที่พรีเซ็นต์ไป คือตัวพรีเซ็นเทชั่นนี่ คิดเป็นสิบเปอร์เซ็นต์ เราได้เอแหละ คะแนนมันจะดูจาก การเรียบเรียง ความชัดเจน การเตรียมตัว การเกริ่นนำ เนื้อหา และการสรุป ได้เอหมดทุกอันยกเว้นเนื้อหาได้เอลบ เพราะบางส่วนมันไปซ้ำกะในหนังสือ ดังนั้นรวมแล้วเราก็ได้เอตอนแรกก็เฉยๆ นึกว่าอาจารย์ใจดี แต่พอเห็นเกรด (แอบมองมา) ของอีกคน (พรีเซ็นต์สองคนต่อวัน) เค้าได้แค่บีเอง เราก็ว่าเค้าพรีเซ็นต์ไม่รู้เรื่อง แต่เรานึกว่าเพราะเราโง่เอง เนื้อหาเค้าค่อนข้างยาก (แล้วมันจะเลือกหัวข้อยากทำไมฟะ)แต่ปรากฏว่าเค้าเรียบเรียงไม่ค่อยดี แล้วเวลาอาจารย์ถามไร ก็ตอบไม่ค่อยได้ แต่ของเราอาจารย์ไม่ค่อยถาม เพราะทุกอย่างเคลียร์มากไง หรือถึงถามก็ตอบได้ .. เราพรีเซ็นต์ตอนเที่ยงครึ่ง อาจารย์เอาข้าวมานั่งกินไปฟังเราไปด้วยอะ 55 (เอ๊ะ หรือที่ไม่ค่อยถามเพราะมัวแต่กิน)
จริงๆเวลาพรีเซ็นต์งานที่นี่ จะต่างจากพรีเซ็นต์งานตอนเรียนในไทยนะ (มหาลัยอื่นคณะอื่นสาขาอื่น เราไม่รู้นะ แต่เอาที่เราเจออะ) ในไทย เวลาพรีเซ็นต์อะไร อาจารย์จะเหมือนฟังเพื่อจับผิด แล้วคอยถามสิ่งที่คิดว่าเราไม่ได้ดูมา หรือคิดว่าเราไม่รู้ ถามยากๆ ไรเงี้ย (เราคิดไปเองป่าวฟะ)แต่ที่นี่ อาจารย์จะตั้งใจฟังที่เราพูดจริงๆ คิดตามเหมือนเราก็สอนเค้าอยู่ในเรื่องที่เราค้นคว้ามาอะ แล้วถ้าเค้าถาม ก็จะเป็นไรที่ เค้าฟังแล้วตามไม่ทันที่เราพูด หรือไม่รู้เรื่อง หรือไม่เคลียร์ ดังนั้นถ้าเราค้นคว้ามาดีจริงๆ ก็ไม่น่ากลัวเลย เหมือนอธิบายอะไรที่เรารู้เรื่องอยู่แล้ว ถ้าตอบไม่ได้ คนอื่นรู้เรื่องก็ช่วยตอบได้ เหมือนเป็นการทำให้รู้เรื่องมากขึ้น แต่ถ้าไม่มีใครตอบได้เค้าก็จะบอกว่าไม่เป็นไรแล้วเปลี่ยนเรื่อง ไม่ให้เสียหน้า เป็นการถามเพื่อให้รู้เรื่องมากขึ้น แต่ในไทยเรอะ ตอบไม่ได้ก็จะเงียบรอจนกว่าจะตรัสรู้ หรือมั่วมาตอบจนได้นั่นล่ะ ถามแบบตัดเซียน หาเรื่องหักคะแนน (นึกสภาพคนพูดหน้าห้อง แล้วโดนถาม แล้วตอบไม่ได้ แล้วจะบอกว่าไม่รู้ก็ไม่ได้ แล้วทั้งห้องก็เงียบ รอ เพื่อนคนอื่นรู้จะช่วยตอบก็ไม่ได้เด๋วจารย์ว่า แล้วเราก็ต้องมั่วอะไรมาสักอย่างที่ไม่ดูมั่วน่าเกลียดเกินไป เพื่อให้อาจารย์บอกว่าผิดในที่สุด แล้วก็ยิ้มใส่เราอารมณ์ประมาณ ตายแน่มรึง ประมาณนั้น .. นี่เราติดภาพร้ายเกินจริงหรือป่าวเนี่ย)
แถม ไอ่อีกคนที่พรีเซ็นต์ จริงๆเค้าต้องพูดก่อนเรา แต่ก่อนเข้าห้องเค้ามาขอแลก เราก็เอาดิ ชอบอยู่แล้ว คนแรก มันจะง่ายกว่านะ ไม่กดดัน ทำไรผิดคนก็ให้อภัย ประมาณ คนแรก ไม่เป็นไร ไม่รู้ แต่ถ้าคนหลังๆนี่ อาจารย์เค้าจะหวังให้มันดีขึ้นๆน่ะ นี่ก็ต่างจากไทยนะ ในไทย พูดคนแรก อาจารย์ยังแรงเยอะ ถามคำถามกันให้ซีด พูดคนสุดท้ายดีสุด เพราะอาจารย์จะเหนื่อยแล้ว เลิกหาเรื่อง หรือไม่ เวลาก็จะหมด ต้องรีบๆ แล้วก็ไม่มีเวลาให้อาจารย์ถาม ประมาณนั้น (เล่าแล้วยังจำได้ ว่ามีครั้งนึงตอน ป ตรีไอ่ลิงเจออาจารย์วี (ไม่น่าจะจำผิดนะ) ถามเรื่อง br ใน html โคตรอึ้งเลยตอนนั้นขนาดไม่โดนเอง แต่ถ้าเป็นเรา เค้าไม่ถามหรอก เพราะเรามันศิษย์รักอาจารย์วี 555 .. ว่าแต่ทำไมจารย์วีเค้าใจดีกะเราจังฟะ)
ตอนนี้ก็เหลือโปรเจ็คต์สองตัวสุดท้าย ตัวนึงงานเดี่ยววิชาอาจารย์น่ารัก อีกตัวงานกลุ่ม งานกลุ่มนี่ทำกันสี่คน เขียนโปรแกรมสองคน ทำรายงานอีกสอง .. เอ่า แหงดิ เราก็ต้องอยู่ฝ่ายทำรายงานอยู่แล้ว มันเป็นสัจธรรมที่เราจะหลบเลี่ยงการเขียนโปรแกรมนะ ทีนี้ เราทำของเราเสร็จแล้ว (เราเป็นคนร่างหัวข้อ แล้วใส่เนื้อหาก่อน ส่วนอีกคนเค้าเป็นเมกัน ให้เค้าดูต่อจากเรา จะได้ไปตรวจว่าอ่านรู้เรื่องมั้ย แล้วก็ถ้ามีไร ก็ใส่เพิ่มๆไป) เดี๋ยวจะส่งไปให้เมกันพรุ่งนี้ ให้เค้าไปทำต่อเอง
ดังนั้นแปลว่า เราเหลือโปรเจ็คตัวเดียว ทำไปได้ 1/3 ละ เพราะทำโปรแกรมไปได้ครึ่งละ แต่พอทำเสร็จต้องทำรายงานอีก จากนั้นก็สอบอีกสามตัว แล้วก็จะหมดเวรหมดกรรมซะที
[8] เรื่องในห้องเรียนกับอาจารย์น่าร๊ากกก ภาค 1
วันก่อน มีเรื่องตลกในห้องเรียน คือวิชาเนี้ย อาจารย์น่ารักมากกกกกกกก คือสอนดีมาก แล้วสอนตลกด้วยอะ คิดดู ทำเรื่องน่าเบื่อเป็นเรื่องสนุกได้อะ วันก่อน อาจารย์โชว์เขียนโปรแกรมสดในห้องให้ดู เพื่อเป็นตัวอย่างให้นักเรียนเข้าใจเนื้อหา จริงๆการเขียนโปรแกรมสดในห้องเนี่ย ถึงจะเป็นโปรแกรมไม่ยาก แต่มันก็ลุ้นนะ เพราะถ้าคอมไพล์ไม่ผ่าน ก็เสียเวลาต้องมานั่งแก้ ทีนี้โปรแกรมที่อาจารย์เค้าเขียน มันจะมีสองโปรแกรม ตัวแรก จะส่งข้อความ ฮัลโหล ไปในหน่วยความจำของคอม ส่วนโปรแกรมอีกตัว จะมาเช็คแล้วดึงข้อความออกไป คือเป็นการโชว์ว่า โปรแกรมสองตัวสามารถคุยกันได้ยังไง นั่นแหละ
ทีนี้พออาจารย์เขียนตัวแรกเสร็จ ก็ทำท่าลุ้นๆ ขอให้ผ่านๆ แล้วก็คอมไพล์ พอผ่านปุ๊บ ก็ทำท่าภูมิใจมาก แล้วก็รันให้ดู พอรันเสร็จ เนื่องจากมันเป็นการเขียนข้อมูลลงหน่วยความจำใช่มะ มันก็ไม่มีผลอะไรออกมา รันเสร็จก็เสร็จ อาจารย์ก็ทำท่าภูมิใจอีก ว่าเห็นป่าว เสร็จแล้วหนึ่งโปรแกรม
ทีนี้ก็มีเพื่อนในห้อง ชื่อจอห์น มันก็ทำหน้างงๆ แล้วก็โวยวายขึ้นมาว่า "แล้วไอ่ฮัลโหลนั่นมันหายไปไหนแล้วอะ" .. ทุกคนก็ขำเพราะอาจารย์ทำท่าดีใจ แต่ไอ่นี่กลับโวยวายแล้วอาจารย์ก็ทำหน้าเอือมระอา ตอบมาว่า "นี่ไม่รู้สึกประทับใจซะหน่อยเลยเหรอ" ส่ายหน้าๆ แล้วก็เลยลงมือเขียนโปรแกรมตัวที่สอง
พอเขียนเสร็จ ก็คอมไพล์ โอ้ว ผ่านอีกแล้ว อาจารย์ก็ดีใจอีก แล้วก็ทำท่าลุ้นอีกตอนรัน พอรันเสร็จ โปรแกรมมันก็โชว์ผลข้อความที่อ่านออกมาหน้าจอว่า ฮัลโหล อาจารย์ก็หันมาหาไอ่จอห์น บอกว่า "เห็นยัง นี่ไง มันมาอยู่นี่" พร้อมกับจอห์นผงกหัวหงึกหงัก
จริงๆเล่าแล้วเหมือนไม่ขำ แต่ตอนอยู่ในเหตุการณ์ เห็นอารมณ์อาจารย์กะอารมณ์ไอ่จอห์นแล้ว มันตลกจริงๆนะ แบบ คนนึงก็ภูมิใจรันผ่าน อีกคนก็ไม่ได้เห็นดีเห็นงามด้วยเล๊ย ประมาณนั้น
[9] เรื่องในห้องเรียนกับอาจารย์น่าร๊ากกก ภาค 2
วันก่อนมีเรื่องตลกในห้องเรียนอีกละ ก็วิชาเดิมกะอาจารย์น่ารักนั่นล่ะ คู่กรณีก็อาจารย์กะไอ่จอห์น คู่เดิม .. เรื่องก็มีอยู่ว่า ธรรมดา อาจารย์จะปริ๊นสไลด์ที่จะสอนของแต่ละวันแจกทุกคนนะ แล้ววันนั้น อาจารย์ให้ควิซในห้องไง 10 นาที ตอนต้นชั่วโมง ก่อนจะสอน ก่อนจะแจกชีท พอเสร็จ ก็จะเฉลย ไอ่จอห์นก็ถามอาจารย์ขึ้นมาว่า
จอห์น - วันนี้อาจารย์มีจะแจกโน้ตที่จะสอนมั้ย
อาจารย์ - (งงเต้ก ถามทำไมฟะ ตรูจะเฉลยควิซ) ทำไมเหรอ
จอห์น -ธรรมดายูจะแจกโน้ตอะ วันนี้ไม่มีเหรอ
อาจารย์ - (ยังงงไม่เลิก อึ้งไปแป๊บนึง) มี เดี๋ยวตอนจะสอนแล้วจะแจก (แล้วก็ทำท่าจะเฉลยควิซซะที)
จอห์น - (ขัดขึ้นมาอีกก่อนอาจารย์เฉลย) แจกเลยได้ไม๊
อาจารย์ - (ยิ่งงง แต่ยังไม่ทันอ้าปากพูดอะไร เพื่อนทั้งห้องก็เริ่มลุ้น ว่ามันต้องการอะไร)
จอห์น- ไม่ใช่ไรหรอก ก็อาจารย์จะเฉลย ผมไม่มีกระดาษจะจดอ้ะ
แหมนะ จะบอกมาแต่แรกก็ไม่ได้ อุตส่าห์รอฟัง ในที่สุด อาจารย์ก็เลยแจกกระดาษควิซที่เหลือให้ทุกคนอีกคนละอัน (เพราะอาจารย์ขี้เกียจรื้อโน้ตที่ยังแอ้งแม้งอยู่ในกระเป๋าเอกสาร ที่กะจะแจกหลังพักครึ่ง) .. แล้วนี่มันไม่กะจะเอากระดาษ สมุดอะไรมาเลยใช่มั้ยเนี่ย ดีนะ ยังมีปากกาเป็นของตัวเอง
พอละ หอมปากหอมคอ ยาวเหยียดละ อู้ไปได้อีกบล็อกนึง 555