2011/Dec/31

 
ไม่ได้ไป one day trip แบบนี้มานานมากกก เนื่องจากเราไม่ชอบเที่ยวน้อยๆนะ 55 .. การไปทะเล โดยไม่ได้เห็นทะเลตอนกลางคืน เราถือว่าไปไม่ถึงทะเล .. แต่ในที่สุด มันก็มีทริปวันนี้จนได้
 
มันเริ่มมาจากเราอยากไปหาอะไรกินไกลๆบ้าง (เป็นคนที่ไม่กลัวการเดินทางเพื่อไปกินเลยให้ตายสิ เสียค่าน้ำมันเท่าไรก็รู้สึกคุ้มถ้าได้กินของที่อยากกิน กับคนที่เราอยากกินด้วย) เราก็เลยชวนเธอไปกินไก่เหลืองบางแสนกันดีกว่า (สารภาพว่าคิดถึงบางแสนเพราะช่วงหลังไปสุวรรณภูมิทีไร เราก็จะนึกอยากไปทางชล มากกว่าออกทางออกเข้าสุวรรณภูมิทู๊กกกที) เธอก็ จัดให้ เย้ น่ารักที่สุด แต่ก็ต้องแบบ วางแผนล่วงหน้าอะนะ เพราะลิงกรุ๊ปเอจะไม่ค่อยไปไหน(โดยเฉพาะถ้าไกลหน่อย)แบบปุบปับไร้การวางแผน .. แต่ก็โอเคล่ะ ได้ไปก็ดีใจล๊ะ :)
 
ตอนแรกกะจะไปกันสองคนนี่ล่ะ .. แต่ก็แบบ เอ๊ ม๊าเธอจะอยากไปมั้ย เลยให้เธอไปลองถาม ปรากฏว่า ไปกันทั้งบ้านเลย ก็เลย พยายามจะหาที่ไปที่นอกจากกินไก่ นั่งขี้เกียจริมทะเล แล้วก็กลับบ้าน .. ในที่สุดก็ได้ทริปวันนี้มาล่ะนะ ดีๆ เพิ่งเคยไปไหนไกลๆกะที่บ้านเธอเป็นครั้งแรก :)
 
ไปถึงหนองมนก็หาซื้อไก่เหลืองจนได้ สมใจลิงกินไก่เค้าล่ะ
 
 
แต่มันก็น่ากินจริงๆอะ เราไม่เคยซื้อที่หนองมน เราเคยแต่ซื้อตามรถเข็นริมหาดเลย ก็จะเล็กๆกว่าหน่อย ไม่ได้ดูอลังขนาดนี้ .. เสร็จ เราก็เคลื่อนพลไปพัทยากัน ไปนั่งกินริมหาดพัทยาใต้ จกไก่กันมือมันปากมันไปเลยทั้งครอบครัว 555 .. กินอิ่ม ก็นั่งชิวกัน เธอ ม๊า ป๊า ก็นวดเท้า .. น่าอิจฉาชะมัด ท่าทางสบาย แต่แอบแพงกว่า กทม เยอะเหมือนกัน แล้วเวลามันก็น้อย ไม่อยากให้ป๊าม๊าต้องมารอเรากันเผื่อจะไปไหน เราก็เลยไม่นวด
 
ต้องขอโทษเธอด้วย นั่งๆไป วันนี้เราก็งอแงใส่เธอซะงั้น 555 .. จริงๆไม่ได้ตั้งใจหรอก เพราะเราก็เซ็งๆตามประสาเรา จากหลายๆอย่าง ทั้งจากกลิ่นบุหรี่ที่ทำเราหงุดหงิด พอจะชวนเธอคุยหาไรทำเพื่อเบี่ยงเบนความหงุดหงิดกลิ่นบุหรี่ เธอก็มัวแต่เฟซบุ๊คซะนี่ ก็เลยเบื่อๆเซ็งๆไม่รู้จะทำยังไง .. จริงๆถ้าเธอไม่ทักเดี๋ยวเราก็หายเอง แต่เธอก็น่ารัก สังเกตุเห็นแล้วมาถามอะ แล้วก็มาแง๊วๆเป็นลูกลิงเอาใจเราอยู่ข้างๆ .. จริงๆเรารู้สึกดีนะ แต่ความหงุดหงิดมันยังค้าง ต้องค่อยๆหาย ก็เลยยังหน้าเซ็งมั้ง (เบื่อมาก อารมณ์ไหนนี่ ออกหน้าหมด ปิดอะไรไม่ค่อยจะมิดอะ) ตอนหลังเธอก็มาชวนไปถ่ายรูปเล่นด้วย .. ขอบคุณมากน๊าา ที่มาช่วยกำจัดความเซ็งให้ อิอิ
 
 
นั่งกันไปจนเกือบเย็น เราก็ไปตลาดน้ำกัน เราชอบนะ ชอบที่มันมีของกินแปลกๆ 55 .. แต่ว่าเราไปกันเย็นแล้ว หลายๆร้านเริ่มปิด แล้วเราก็มีหมายกำหนดการจะไปกินลุงไสวกัน ก็เลยไม่ได้กินอะไรที่นี้ ม๊าป๊านะ มีซื้อของนิดหน่อย .. นะซื้อพวงกุญแจที่เขียนตัวอักษรได้ เราเลยแซวตามประสา 555 ตลกดี .. เดินๆไป เราก็ไปเห็นร้านที่ขายของตราไก่ เป็นไข่คู่ไว้ใส่เกลือกับพริกไทย น่ารักม๊ากก ชุดละยี่สิบเองด้วย เราชอบตราไก่อยู่แล้ว เราว่ามันน่ารักดี เลยชี้ให้เธอดู เธอก็พูดออกมาเฉย ว่าเป็นของชำร่วยได้ .. เราก็ยิ้มๆในใจ พักนี้เธอดูจะมีเรื่องแต่งงานในหัวเยอะนะ (แต่จริงๆถ้าเป็นของชำร่วยนี่มันถือว่าแพงป่าวไม่รู้เนอะ ตอนแรกเราไม่ได้คิดถึงว่าจะมาเป็นของชำร่วยหนิ) .. ยิ้มในใจยังไม่ทันไร เธอก็พูดต่อว่า แต่ว่าของชำร่วยมีแล้วนะ .. หา!?!?! อะไร ยังไง นี่เราตกลงจะแต่งงานกันแล้วหรอ ทำไมไม่เห็นรู้เรื่อง 5555 ตลกอะ ตกใจนิดหน่อยด้วย ก็เลยถามเธอว่าอะไร เธอก็เลยบอกมา .. เราก็ หรอๆ คือ จริงๆเราก็อยากได้อะไรที่ถูกใจเรา เราได้เลือกได้อะไรอะนะ ถึงเราจะต้องออกตังค์เองก็เถอะ ซึ่งมันก็ควรจะเป็นยังงั้นนะตามความคิดเรา ไม่ควรจะต้องไปรบกวนพ่อแม่ถ้าไม่จำเป็น และเพราะถ้ามันเป็นงานแต่งของเรา เราก็อยากมีส่วนร่วมได้เลือกได้ดูอะไรที่เราชอบ ให้เราได้รู้สึกดีเวลาอนาคตย้อนกลับมานึกถึง ว่ามันถูกใจเรา ไม่ใช่มีให้ทุกอย่างพร้อม แต่เราไม่ได้ชอบมันอะ ครั้งเดียวในชีวิตนี่นา แล้วบางอย่างมันก็ต้องอยู่ให้เราเห็นไปตลอดชีวิตด้วย อย่างพวกรูป พวกอะไร (แต่ก็ไม่รู้ว่าเราจะเลือกอะไรได้มากน้อยแค่ไหนเหมือนกันนะถ้าเอาเข้าจริง เพราะเราคงจะชอบอะไรแหวกๆหน่อย หวานบ้างเปรี้ยวบ้างบ้าๆบอๆบ้างหลุดๆบ้าง ไม่ต้องมาหวานเลี่ยนซาบซึ้งน้ำตาท่วมอย่างเดียว แต่เธอคงจะไม่แบบนั้น .. อย่างน้อยคงไม่มีอะไรหลุดๆบ้าๆบอๆเท่าที่เราอยากได้อะ 55) .. แต่นี่มันมาจากป๊าเธอ เราไม่อยากขัดน้ำใจป๊าหรอก ก็เลยบอกเธอไปว่า อือๆ ยังไงก็ได้อะ ฟรีนิ เธอค้อนกลับมาวงใหญ่ 5555 
 
เดินๆจนได้เวลา เราก็เคลื่อนพลไปกินกัน ที่ร้านลุงไสว จริงๆอยากกินกรรเชียงปูนึ่ง เพราะรู้ว่าถ้าแกะปูทั้งตัวมันจะเสียเวลา มีผู้ใหญ่มาด้วยไม่ควรให้ผู้ใหญ่รอ แต่เห็นราคาแล้ว แพงจัง ไม่เอาดีกว่า เกรงใจบ้านเธอ คงจะไม่ให้เราออกอะไรหรอก .. แต่เธอก็สั่งปูนึ่งมาให้นั่นแหละ ก็นั่งแกะไป แทะไป กินไป ดีที่มันแกะง่ายมากวันนี้ แต่ป่านฉะนั้น เราแกะปูเสร็จ คนอื่นก็กินข้าวกับข้าวกันจนเกือบเสร็จหมดละ เราเพิ่งได้เริ่มกินข้าว 55 .. ก็ไม่มีใครกินปูเลยนี่นา มีม๊าเอาไปแกะตัวเดียวเอง .. กินเสร็จก็สั่งแกงส้มไข่ปลา กับน้ำพริกไข่ปูกลับมาให้ม๊า(ของเรา) น้ำพริกนี่เล็งไว้เพราะดูรีวิวร้านอาหารตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว เป็นเมนูเด็ดที่คนสั่งกันเยอะๆ แล้วก็คิดว่า เออ น้ำพริก คงทำให้ม๊ากินผักได้เยอะ แล้วก็เลือกสั่งแกงส้มอีกอย่างเพราะเป็นแกงไม่มีกะทิแม่กินได้ แต่เลือกเป็นแกงส้มไข่ปลา อันนี้สนองความอยากของตัวเองไปด้วยในตัว 555 .. เราคิดจะไปแอบกระซิบเด็กในร้านสั่ง แล้วจะได้ให้แยกบิล แต่ไม่มีโอกาสจะไป (ก็กว่าจะแทะปูเสร็จ - -" ) ก็เลยเรียกมาสั่งที่โต๊ะอะล่ะ แล้วบอกแยกบิล .. แล้วเสียงม๊าก็ดังมาอย่างที่เราคิด ไม่ต้องแยกหรอก รวมไปแหละ .. เง๊อออ เกรงใจอะ .. ม๊าจะเลี้ยงเราไหวมั้ยเนี่ย? กินล้างผลาญมาก เกรงใจมากๆด้วยอะ วันนี้ทั้งวันม๊าไม่ให้เราออกไรเลย แม้กระทั่งห้าบาทจะเข้าห้องน้ำ .. ดีที่เราแย่งชิงจ่ายค่าข้าวหลามเองมาแล้ว - -" .. ขอบคุณนะคะม๊า 
 
กินเสร็จ เราก็กลับบ้านกัน ขึ้นรถ นะขอให้ป๊าเปิดแผ่นปาล์มมี่ เราได้ฟังไม่ทันจบสองเพลง ก็หมดสติไปแล้ว .. จำได้ว่าขามาก็แบบนี้เหมือนกันนะ เดจาวูแน่ๆ 555 .. แต่ตอนนั่งรถขากลับ เรารู้สึก(ในความสะลืมสะลือ) ว่าเธอขับรถเร็วมากเลย เดี๋ยวต้องมีเบรกกะทันหันกันบ้างแน่ๆ แต่เราก็ไม่ห่วงเท่าไร เพราะว่าป๊านั่งคู่เธอและก็ไม่หลับ .. พักๆเราตื่นมาดูเธอก็เห็นเธอเถียงกะป๊าบ้างอะไรบ้าง ก็อุ่นใจ 555 .. แล้วในที่สุดก็มีเบรกกะทันหันจริงๆน้ำพริกเกือบหล่น ดีที่เรากะไว้แล้ว เอาขากั้นไว้แล้วหลับท่านั้นกันไว้ก่อน (ฉลาดจังเรา) .. จนในที่สุดก็ถึงบ้านอย่างปลอดภัย 
 
ขอบคุณนะ ที่พาเที่ยว ถึงแม้เธอจะตอบเราว่าไม่เหนื่อยก็เถอะ .. ก็เราไม่ต้องขับรถเรายังเหนื่อยๆเพลียๆ เธอจะไม่เหนื่อยได้ไง .. ขอบคุณที่บ้านเธอ ดูแลเราดี๊ดี จนเกรงใจ เพราะบ้านเราจะไม่ค่อยดูแลกันอะ ต่างคนต่างอยู่ ดูแลตัวเองกันเอง .. เป็นทริปที่ไปไม่ถึงทะเล (จริงๆนะ เพราะเท้าแตะแค่ทราย ไม่ถึงทะเล ว่าจะไปย่ำๆก่อนกลับก็ลืม) แต่ก็แฮปปี้ดี :)
 
ไว้ถ้าได้รูปมา และไม่ขี้เกียจ จะกลับมาเพิ่มรูปในหน้านี้บ้างนะ จะได้ดูน่าอ่านขึ้น  แต่เรื่องได้รูป ไม่ใช่ประเด็น ประเด็นคือขี้เกียจนี่สิ - -"